เมื่อผมไปซ้อมกอล์ฟกับสาวสวย ตอนที่ 21-26 (ตอนจบ)
- Filed under: Series
- Date: Apr 18,2008
บทที่ 21- เดิมพัน
ระหว่างที่เราเดินทางกลับ ใบหน้าของคุณพ่อยิ้มแย้มแจ่มใสมาตลอด เช่นเดียวกับคุณแม่ ผมอยากสอบถามความคืบหน้าและความเป็นไปใจจะขาด แต่เมื่อเห็นว่าทั้งสองท่านยังเฉยอยู่ ผมจึงต้องวางเฉยเช่นกัน
คุณแม่เอ่ยขึ้นก่อนว่า
“คุณเชื่อไหมว่าดิฉันได้ความรู้เพิ่มเติมมาอีกมากมายจากคุณส้ม…..” คุณแม่เว้นวรรคเพื่อกระตุ้นความสนใจจากผมและคุณพ่อ
“ก็ว่าไปสิ ผมรอฟังอยู่” คุณพ่อบอก น้ำเสียงหงุดหงิดเล็กๆ
“คุณส้มแกบอกว่า คุณสมควรน่ะรักลูกสาวยิ่งกว่าแก้วตาดวงใจ อยากให้ลูกสบายเลย พอดีมีเพื่อนเก่าแก่ของท่านมาทาบทามขอลูกสาวให้กับลูกชาย คุณสมควรเห็นว่าเพื่อนเป็นคนดี มีฐานะทางสังคมสูง ลูกชายก็จบเมืองนอกมา หน้าที่การงานก็ดีเลยตกปากรับคำไปโดยไม่ได้บอกให้ลูกสาวรู้ทำให้เป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมาระหว่างพ่อกับลูก…..
…..และด้วยความรักลูกนี่แหละ คุณสมควรจึงให้ลูกน้องเก่าช่วยสืบเสาะหาความจริงเกี่ยวกับความประพฤติของว่าที่ลูกเขย ปรากฏว่าสืบไปสืบมารู้ว่า อะไรๆ ก็ดีหมด เสียอย่างเดียว ชอบเล่นการพนัน และมีทีท่าว่าจะหนักข้อขึ้นทุกที…..
…..แกเลยชักไม่มั่นใจ ประกอบกับคุณสมควรน่ะไปพบลูกสาวทานข้าวกับลูกชายเรา แกเลยส่งสายสืบหารายละเอียดเกี่ยวกับลูกชายของเรา และทราบว่าลูกชายของเราความประพฤติดี ครอบครัวเราก็ใช่ว่าจะน้อยหน้าใคร แกเลยค่อยวางใจได้ ถ้าเป็นแบบนี้ ความหวังที่คุณจะมีลูกสะใภ้คงสว่างไสวดีอยู่นะคะ”
หัวใจของผมพองโตคับอก ดีใจจนบอกไม่ถูก ยิ้มแก้มป่องจนหุบไม่ลง
คุณพ่อเสริมขึ้นว่า
“งั้นคงไม่มีปัญหาอะไรแล้วล่ะ เพราะผมเองได้พูดทำนองหยั่งเสียงแกเรื่องการครองเรือนว่าน่าจะปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ ดูซิว่าแกจะมีความเห็นเป็นอย่างไร คุณสมควรแกไม่ออกความเห็นมาก เมื่อเลียบๆ เคียงๆ ถามถึงความเห็นทั่วๆ ไปเรื่องการเลือกคู่ครองให้ลูก แกก็พูดเป็นกลางๆ ไม่ซ้ายจัด หรือขวาจัด น่าจะสมรับกับข้อมูลของคุณที่ได้จากคุณส้ม แกกลัวว่าลูกจะไปลำบากเพราะสบายมาจนเคยตัว พ่อและแม่ก็ตามใจกันมาเรื่อย หากไปเจอคู่ครองไม่ดีเข้า แกคงตายตาไม่หลับ…..
…..และดูแกค่อนข้างจะถูกอัธยาศัยกับผมพอสมควรนะ คงไม่มีปัญหาแหละ ถ้าได้ไปเล่นกอล์ฟกัน ผมจะได้ทาบทามสู่ขอในสนามกอล์ฟเสียเลย ดีไหมลูก?” คุณพ่อหันมาถามผม
“ก็สุดแล้วแต่คุณพ่อกับคุณแม่จะจัดการเถิดครับ” ใจผมอยากบอกว่าดีมากครับมากกว่า
เช้าตรู่วันเสาร์ เราหมายถึงคุณพ่อกับผมไปรับปานฯ และคุณพ่อที่คอนโดฯ รถเก๋งคันใหญ่ของคุณพ่อบรรจุถุงกอล์ฟสี่ใบได้อย่างสบายๆ คุณพ่อและคุณพ่อของปานฯ ทักทายกันอย่างสนิทสนมชิดเชื้อ คุยกันเสียงดังลั่น
ปานฯ นั่งที่นั่งตอนหน้าคู่กับผม ผมไม่กล้าที่จะเปิดตัวอะไรมากนอกจากแอบส่งยิ้มให้กัน เมื่อไปถึงสนาม คุณพ่อสั่งรถกอล์ฟสามคัน ให้ผมและปานฯ นั่งคันเดียวกันราวกับรู้ใจ ส่วนท่านและคุณพ่อของปานฯ ใช้กันคนละคัน
บนแท่นทีหลุม 1 การจับคู่เล่นเป็นไปตามที่ได้ตกลงกันไว้แล้ว คุณพ่อของปานฯ ถามขึ้นว่า
“เราจะมีเดิมพันติดปลายไม้กันอย่างไรดีล่ะคุณศักดิ์”
คุณพ่อหัวเราะอย่างอารมณ์ดี บอกว่า
“เรื่องเดิมพันนั้นผมอยากจะอุบเอาไว้ก่อน ผมจะเขียนลงในกระดาษให้เด็กแค้ดดี้ถือเอาไว้ เมื่อเราเล่นถึงหลุม 18 ก่อนที่เราจะเริ่มเล่นค่อยเอามาเปิดดู ถ้าคุณสมควรเห็นว่าที่ผมเสนอพอรับได้ก็เป็นอันตกลง แต่ถ้าเห็นว่ายังไม่พร้อมที่จะรับ เราค่อยมาคุยกันในรายละเอียดอีกครั้ง อย่างนี้จะดีไหมครับ ผมว่าสนุกตื่นเต้นดีออก ”
“แหม คุณศักดิ์ นอกจากเป็นนักเจรจาชั้นเลิศแล้ว ยังเป็นนักจิตวิทยาอีกด้วย ผมว่าการเล่นกอล์ฟวันนี้จะต้องเป็นแมทช์ที่เร้าใจที่สุดในชีวิตทีเดียว แต่ผมขอเสริมอะไรสักนิดแล้วกันคือ ผมเองก็จะเขียนข้อความใส่กระดาษอีกแผ่นหนึ่ง แล้วเราค่อยมาเปิดดูพร้อมกัน ไม่ใช่อะไร ผมไม่อยากเอาเปรียบคุณ คุณเองทราบว่าเดิมพันนั้นคืออะไรแต่ผมไม่ทราบ ผมก็อยากจะให้เหมือนกันบ้าง จะได้เสมอกันสองฝ่าย ดีไหมครับ?”
“ตกลงตามนี้เลยครับ” คุณพ่อบอก ฉีกกระดาษจากสมุดบันทึกเล่มเล็กที่ติดตัวมาด้วย ยื่นส่งให้คุณสมควรแผ่นหนึ่ง ต่างฝ่ายต่างเขียนข้อความลงในกระดาษ พับและส่งให้แค้ดดี้เก็บไว้
ผมและปานฯ อมยิ้ม มองดูผู้ใหญ่สองคนที่ต่างมีลับลมคมในไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน คุณพ่อของปานฯ เป็นคนเริ่มเล่นก่อน แม้จะตีลูกออกไปไม่ไกลนักแต่เป็นเส้นตรงลูกไปอยู่กึ่งกลางสนาม คุณพ่อตีลูกออกไป ลูกไปหยุดอยู่ใกล้เคียงกัน ส่วนผมตีลูกออกไปไกลกว่าท่านทั้งสองมากนัก ผมให้ปานฯ ไปเล่นที่แท่นทีสำหรับสตรี ปานฯ ตีลูกออกไปได้ดี ไกลกว่าลูกผมด้วยซ้ำ เราต่างปรบมือให้แก่กัน
ผมค่อนข้างจะภูมิใจในฝีมือของปานฯ ที่เล่นได้สม่ำเสมอดี คุณพ่อของปานฯ ทักขึ้นว่า
“พ่อไม่นึกว่าลูกจะเล่นได้ดีขนาดนี้เลยนะ ไม่เห็นเหมือนมือใหม่เลย”
“หนูมีครูดีค่ะคุณพ่อ” ปานตอบ หันมาหลิ่วตาให้กับผม
“ครูต้องน่ารักด้วยใช่ไหม ลูกศิษย์ถึงได้ตั้งใจเรียน” คุณพ่อของปานฯ พูดเป็นนัยให้เราทั้งสองคนอดสงสัยไม่ได้ ท่านหัวเราะ หึ หึ อยู่ในลำคอ
คุณพ่อและคุณพ่อของปานฯ เล่นได้ใกล้เคียงกันมาก จะต่างกันเล็กน้อยเมื่อลูกขึ้นกรีนแล้วซึ่งคุณพ่อของปานฯ เล่นลูกพัทท์ได้ดีกว่า คุณพ่อทั้งสองขับรถกอล์ฟเคียงกันไป คุยกันไปอย่างสนิทสนม บางครั้งมีการพูดกระเซ้าเย้าแหย่กันบ้างเล็กๆ น้อยๆ
ผมขับรถกอล์ฟให้ปานฯ นั่ง บางครั้งแอบจับมือเธอบ้างเมื่อเห็นว่าไม่อยู่ในสายตาของผู้ใหญ่
ผมพูดพอให้ได้ยินกันเพียงสองคนว่า
“ถึงตอนนี้แล้ว ผมยังคิดถึงคุณอยู่เสมอทุกวันเลย” ปานฯ ยิ้มด้วยความเอียงอาย บอกว่า
“แล้วอย่าไปบอกใครนะว่า ปานฯ ก็คิดถึงคุณเหมือนกัน”
“จริงๆ เหรอ?”
“ก็จะได้ไม่ได้เปรียบเสียเปรียบกันไงคะ ว่าแต่คุณจะคิดถึงปานฯ ไปนานแค่ไหนก็ไม่รู้ซี”
“ผมหวังว่าปานฯ คงรู้ว่าผมบริสุทธิ์ใจ ถ้าพื้นฐานดี มีความเข้าใจ สวิงก็จะดีและอยู่ไปได้ตราบนานเท่านาน แม้จะอ่อนแรงลงไปบ้างเมื่อยามแก่เฒ่า จะมีเพียงระยะทางเท่านั้นที่ลดลง แต่ความแน่นอนยังคงเดิม” ผมไม่รู้ว่าเอาไปเปรียบกับกอล์ฟได้ยังไง มันคนละเรื่องเดียวกันหรือเปล่าก็ไม่รู้
“คุณนี่ ช่างเหมือนคุณพ่อเข้าไปทุกวัน คำถามง่ายๆ ตอบวกวนไปไหนก็ไม่รู้ ต้องให้แปลความหมายอยู่เรื่อย” ไม่พูดเปล่า ปานถอดถุงมือข้างหนึ่งออกเพื่อหยิกผมได้ถนัดขึ้น
การเล่นค่อนข้างจะใกล้เคียงกัน ผมพยายามเล่นสุดฝีมือที่มีอยู่ แต่ใช่ว่าจะชนะได้ง่ายๆ บางครั้งตีผิดพลาดตกน้ำตกท่าจะถูกคุณพ่อดุว่า
“อย่าเล่นกอล์ฟประมาทนักสิ ธงปักชิดไปทางริมน้ำขืนเล็งไปที่ธงถ้าเกิดผิดพลาดขึ้นมานิดเดียวก็ลงน้ำ เล็งไปที่กลางกรีนไว้ก่อน ผิดพลาดยังไงก็ไม่เสียหาย” หรือ
“ช่องที่เล็งไปน่ะมีอยู่นิดเดียว เกิดพลาดไปตีชนต้นไม้เข้าจะเสียหายหนัก เวลาแก้ไขน่ะเอาให้มันแน่ใจว่าแก้ไข ไม่ใช่แก้จนเสีย เลือกทางเล่นให้มันปลอดภัย ยังมีโอกาสอยู่เสมอแหละ ใครจะไปรู้เราอาจตีลูกครั้งต่อไปลงหลุมไปเลยก็ได้ หรือเข้าไปใกล้ธงมากๆ ก็ได้ หรือขึ้นกรีนแล้วพัทท์เดียวก็ได้อีก อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ ต้องสร้างโอกาส ไม่ใช่เสี่ยงหรือทำลายโอกาส เข้าใจไหม?”
ผมยอมรับว่าที่คุณพ่อพูดมีเหตุผลดีตรงกับที่เคยอ่านเจอในหนังสือกอล์ฟ แต่บางทีก็เผลอใจ ตีลุยไปเรื่อย ไม่ระวังเท่าที่ควร ผลก็คือหลุมนั้นคะแนนออกมาบานแฉ่ง ถ้าเล่นแบบนับแต้มอาจเป็นเพราะหลุมนั้นหลุมเดียวที่ทำให้น้ำตาตกได้ การเล่นแบบแมทช์เพลย์คือแพ้ชนะกันเป็นหลุมๆ ก็ยังไม่ต่างกันเพราะอะไรก็เกิดขึ้นกับคู่ต่อสู้ได้เหมือนกัน สรุปแล้ว ไม่ว่าจะเล่นแบบไหนต้องใช้สติ อย่าใช้อารมณ์เด็ดขาด
เมื่อเราเล่นกันมาจบหลุมที่ 17 ปรากฏว่าคู่ของผมนำมาหนึ่งหลุม ก่อนที่จะเริ่มเล่นหลุม 18 ซึ่งเป็นหลุมสุดท้าย คุณพ่อขอกระดาษทั้งสองแผ่นจากแค้ดดี้ ต่างแลกกันเปิดดู ผมและปานฯ ต่างจ้องมองด้วยใจระทึก อยากรู้อยากเห็นเท่าๆ กัน
ต่างฝ่ายต่างอ่านข้อความในกระดาษเสร็จ ทั้งคู่หัวเราะเสียงดังออกมาพร้อมกัน สัมผัสมือกัน คุณพ่อถึงกับโอบกอดคุณสมควรๆ สวมกอดตอบ ทิ้งให้ผมและปานฯ เป็นใบ้
ปานฯ ตรงรี่เข้าไปเกาะแขนคุณพ่อ พยายามยื้อแย่งกระดาษแผ่นนั้น แต่คุณสมควรขยำกระดาษ ยัดเข้าปากเคี้ยวหน้าตาเฉย คุณพ่อผมทำตามอย่างบ้างและหัวเราะลั่นสนามด้วยความลืมตัว
ปานฯโวยลั่นขึ้นว่า
“คุณพ่ออ่ะ ตกลงเดิมพันคืออะไรคะ ถ้าไม่บอกลูกโกรธด้วย” ปานฯ ทำหน้าเง้า
คุณสมควรดึงลูกสาวเข้ามกอด บอกว่า
“เป็นเรื่องของผู้ใหญ่ เด็กๆ ไม่เกี่ยว”
เมื่อเราต่างตีลูกขึ้นกรีนหลุม 18 แล้ว คุณพ่อและผมต่างพัทท์ลูกไม่ลงหลุม ผมช่วยปานฯ ดูเส้นทางพัทท์ให้ แต่ปานฯ พัทท์พลาดไปไม่น้อยเนื่องจากยังค่อนใหม่อยู่ เมื่อถึงคราวของคุณพ่อของปานฯ ๆ เรียกผมเข้าไปใกล้ กระซิบบอกว่า
“ช่วยพ่อดูไลน์หน่อย ถ้าบอกไลน์ผิด พ่อพัทท์ไม่ลงล่ะก็ อย่าหวังว่าจะยกลูกปานฯ ให้เลย ไม่มีทาง”
ผมตาเหลือก หน้าจ๋อย บอกว่า
“ถ้าผมบอกถูก แต่คุณอาพัทท์ไม่ลงเองจะทำยังไงล่ะครับ”
“ไม่มีทาง ลูกระยะแค่สามฟุต พ่อเคยพลาดที่ไหน”
ผมก้มดูไลน์พัทท์ บอกว่า
“ลูกนี้พัทท์ขึ้นเนินเล็กน้อย ไลน์ไม่มากหรอกครับ ผมว่าแค่ขวาในหลุมก็พอ แต่พัทท์ให้แรงหน่อยนะครับ”
คุณพ่อผมท้วงขึ้นทันทีว่า
“วะ อ้ายลูกคนนี้ ยังไม่ทันไรแปรพักตร์ซะแล้ว เดี๋ยวเถอะจะให้ไปหาขันหมากเองซะเลย”
คุณพ่อของปานฯ ตั้งท่าจรด คุณพ่อมองดูด้วยใจจดจ่อเพราะถ้าคุณสมควรพัทท์ลงแปลว่าเกมทั้งหมดจะลงเอยด้วยการเสมอกัน ผมดึงมือปานฯ เข้ามาใกล้ โอบเธอที่เอว ปานฯ โอนอ่อนตามยืนพิงตัวผมไว้
ลูกที่คุณสมควรพัทท์ออกไปนั้นวิ่งตรงไปทางขวาของด้านในของหลุม เมื่ออ่อนแรงลงจึงเลี้ยวโค้งเล็กน้อยตรงไปกลางหลุมและร่วงหล่นลงก้นหลุมไปอย่างสวยงาม คุณพ่อของปานฯ ยกมือชูขึ้นสูงร้องเฮด้วยความดีใจ เราทุกคนและแค้ดดี้ต่างปรบมือให้
ผมดึงปานเข้ามากอดอีกครั้งและบรรจงจูบแก้มนวลที่เคลือบด้วยยากันแดด ริมฝีปากเปื้อนยากันแดดเป็นรอยขาว คุณสมควรดึงผ้าเช็ดหน้าส่งให้ผมและบอกว่า
“ปากเลอะแน่ะลูก เช็ดซะ”
